Magnetic Switch คีย์บอร์ด คืออะไร ดียังไง?

คีย์บอร์ด Magnetic Switch กำลังเป็นที่นิยมในวงการเกมมิ่งและการพิมพ์เนื่องจากฟังก์ชั่น Rapid Trigger และ Actuation Point ที่แตกต่างอย่างเหนือกว่าคีย์บอร์ดประเภทอื่นๆ ในบทความนี้คีย์ครอนประเทศไทยจะมาเล่าให้ฟังว่า Magnetic Switch มีความพิเศษยังไงบ้าง?
ก่อนอื่นเลยมาดูกันครับว่า คีย์บอร์ด Magnetic Switch มีอะไรที่แตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปบ้างเพื่อให้เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดตัวใหม่ได้ข้อมูลครบและตัดสินใจได้ตรงกับสไตล์การใช้งานของตัวเองมากขึ้นครับ
คีย์บอร์ด Magnetic Switch คืออะไร?

คีย์บอร์ด Magnetic Switch เป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เซ็นเซอร์แม่เหล็ก เพื่ออ่านค่าระยะการกดแทนการสัมผัสโลหะแบบ Mechanical Switch ทั่วไป
หลักการทำงานคือ เมื่อเรากดปุ่มลงไป แม่เหล็กที่อยู่ใต้ Stem ของสวิตช์จะเคลื่อนที่เข้าใกล้เซ็นเซอร์บน PCB มากขึ้น
เซ็นเซอร์จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนั้นแล้วแปลงออกมาเป็นคำสั่งเมื่อถึงระยะที่ตั้งค่าไว้ก็จะแสดงผลเป็นการกดปุ่ม 1 ปุ่มนั่นเอง
ในปัจจุบันเซ็นเซอร์ที่ใช้ในคีย์บอร์ด Magnetic Switch มี 2 แบบหลักๆ คือ Hall Effect Sensor ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานานและ TMR Sensor (Tunnel Magnetoresistance) ที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ให้สัญญาณที่นิ่งและแม่นยำกว่า เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดสูงครับ
แล้วเทคโนโลยีมันหยุดอยู่แค่ Hall Effect ไหม?

Hall Effect Sensor ที่พูดถึงนั้น ถือว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับวงการคีย์บอร์ด เพราะมันทำให้ Switch ไม่ต้องพึ่งหน้าสัมผัสโลหะแบบเดิมอีกต่อไป แต่วิศวกรก็ยังไม่หยุดพัฒนา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า TMR (Tunnel Magnetoresistance) เริ่มถูกนำมาใช้ในคีย์บอร์ด Magnetic Switch มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในรุ่นที่เน้นประสิทธิภาพสูง อย่างรุ่นที่รองรับฟีเจอร์อย่าง Rapid Trigger, LKP และ Snap Click (SOCD) ที่ต้องการความแม่นยำในการจับสัญญาณสูงมาก
TMR ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่จริงๆ มันถูกใช้มาสักพักแล้วในอุปกรณ์ที่ต้องการความแม่นยำสูงมากๆ อย่างพวกฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือจอยเกม แค่เพิ่งมาปรากฏตัวในคีย์บอร์ดช่วงหลังนี่เอง
ถ้าอยากเข้าใจว่า TMR แตกต่างจาก Hall Effect ยังไงในแบบที่ลงรายละเอียดจริงๆ อ่านต่อได้ที่ ความแตกต่างระหว่าง TMR และ Hall Effect
ข้อดีของ คีย์บอร์ด Magnetic Switch
ด้วยความที่ Hall Effect sensor ที่ใช้ในการอ่านค่าเพื่อประมวลผลคำสั่งสามารถตั้งค่าความละเอียดผ่านทาง Software ได้ นั่นทำให้เราสามารถสร้าง Presets หรือก็คือการเซ็ตค่าที่ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น พร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆที่จะทำให้สะดวกต่อการใช้งานตามสไตล์ของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น โดยในส่วนนี้เรามาดูกันว่าจุดเด่นหลักๆของฟังก์ชั่นของ Magnetic Switch มีอะไรกันบ้างครับ

1. Adjustable Actuation Point หรือการปรับแต่งจุดในการประมวลผล
Adjustable Actuation Point คือ การที่เราสามารถปรับตำแหน่งที่เราอยากจะให้ตัว Sensor อ่านค่าเพื่อทำการประมวลผลนั่นเอง เราสามารถปรับได้ว่าเราต้องการที่จะกดตื้นหรือลึกขนาดไหนถึงจะเกิดคำสั่งในปุ่มๆนั้นขึ้น การปรับแต่งจะสามารถตั้งค่าได้ตั้งแต่ระยะ 0.1 มิลลิเมตรไปจนถึง 4.0 มิลลิเมตร โดยหากเราทำการตั้งค่าจุดประมวลผลไว้ที่ 0.8 หรือ 1.0 มิลลิเมตรจะทำให้เมื่อเราต้องการกดปุ่มก็จะไม่ต้องกดลึกมากและทำให้เราสามารถกดปุ่มนั้นๆได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หรือถ้าใครรู้สึกว่าตัวปุ่มนั่นลั่นไวเกินไปแค่ทำการพักนิ้วก็ทำให้ปุ่มลั่นแล้ว ก็สามารถตั้งค่าจุดประมวลผลให้อยู่ลึกขึ้นเพื่อป้องกันการเผลอกดปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง

2.Dynamic Rapid Trigger (การประมวลผลอย่างรวดเร็วตามแรงกด)
ด้วยความที่เราสามารถกำหนดจุดกดเพื่อประมวลผลรวมถึงการปล่อยเพื่อรีเซ็ตปุ่มได้จากการกำหนดเป็นระยะความห่างที่มีความสมูธและแม่นยำมากกว่าการที่สวิตช์ทั่วไปที่ถูกกำหนดมาไว้อยู่แล้ว โดยเราสามารถกำหนดให้ตัว Sensor เริ่มทำงานได้เลยในตอนที่กดและรีเซ็ตในทันทีที่ผ่อนแรงกดทำให้เราสามารถควบคุมแรงที่เราจะใช้ในการกดปุ่มได้ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้การทำงานหรือแม้แต่การเล่นเกมนั้นสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น


3.Multiple Actions, One Keystroke (หลากหลายคำสั่งภายในการกดเพียงปุ่มเดียว)
ว่ากันง่ายๆ เลยก็คือการป้อนหลายคำสั่งภายใน 1 ปุ่ม ตามระยะที่เรากำหนด โดยจะแบ่งได้ถึง 4 Stages คือ กด-กดสุด-ยก-ปล่อย นั่นเองครับ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเช่น หากเราทำการตั้งค่าให้ปุ่มนึงมีหลายคำสั่ง เราจะสามารถตั้งให้เมื่อเรากดปุ่ม W ภายในเกมเบาๆให้เป็นการเดิน และเมื่อเรากดให้ลึกขึ้นจนสุดให้กลายเป็นวิ่ง รวมถึงเรายังสามารถตั้งค่าเพิ่มได้อีก 2 stages คือเมื่อเราปล่อยปุ่มเดิมเป็น stage 3 และเมื่อเราปล่อยปุ่มเดิมจนถึงจุดประมวลผลอีกหนึ่งจุดเป็น stage ที่ 4 เมื่อรวมทั้งหมดก็จะเป็น 4 stages นั่นเองครับ
TMR ต่างจาก Hall Effect ยังไง?
Hall Effect วัดระยะกดโดยอ่านค่าแรงดันไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปตามสนามแม่เหล็ก วิธีนี้ใช้ได้ดีแต่สัญญาณมักมี Noise ปนอยู่เล็กน้อยเสมอส่วน
TMR ใช้โครงสร้างที่เรียกว่า MTJ (Magnetic Tunnel Junction ชั้นวัสดุบางพิเศษที่ให้กระแสไฟผ่านมากหรือน้อยตามทิศทางของแม่เหล็ก) แทนที่จะวัดแรงดัน มันวัดจากปริมาณกระแสที่ผ่านได้โดยตรงทำให้สัญญาณนิ่งกว่า Noise น้อยกว่าและจับจังหวะกด–ปล่อยได้ละเอียดขึ้นมากครับ


| คุณสมบัติ | Hall Effect | TMR |
|---|---|---|
| วิธีอ่านสัญญาณ | แรงดันไฟฟ้า (Voltage) | ความต้านทาน (MTJ) |
| ความนิ่งของสัญญาณ | ดี | ดีกว่า / Noise น้อยกว่า |
| รองรับ Polling Rate | สูง | สูงสุดถึง 8,000 Hz |
| การใช้พลังงาน | ปกติ | ประหยัดกว่า |
ทั้งสองแบบยังเป็น Magnetic Switch เหมือนกัน ไม่มีหน้าสัมผัสโลหะ ปรับ Actuation Point ได้ รองรับ Rapid Trigger ได้ทั้งคู่ และรองรับฟีเจอร์อย่าง LKP & Snap Click (SOCD) ที่ช่วยให้เล่นเกม FPS ได้แม่นและเร็วขึ้นอีกขั้น ความต่างหลักๆ อยู่ที่ คุณภาพสัญญาณ ที่ TMR ทำได้ละเอียดกว่าครับ
Magnetic Switch ต่างกับ Mechanical Switch อย่างไร

Magnetic Switch

Mechanical Switch
แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่การทำงานภายในต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

Mechanical Switch มีกลไกภายในด้วยขาทองแดง หรือ ที่เราเรียกกันคือ ขา Pin นั้นแหละครับ ทำงานโดยการสัมผัส เมื่อเรากดปุ่มลงไปขาทองแดงก็จะถูกดันให้มาสัมผัสกัน และเกิดกระแสไฟฟ้า ส่งสัญญาณแสดงผล เข้าสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

Magnetic Switch ไม่มีการสัมผัสทางกายภาพเลยใช้เซ็นเซอร์แม่เหล็กคอยตรวจจับว่าปุ่มถูกกดลึกแค่ไหนเมื่อแม่เหล็กในสวิตช์เคลื่อนที่เข้าใกล้เซ็นเซอร์เซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณไปยังแผงวงจรทันทีโดยปัจจุบันเซ็นเซอร์ที่ใช้มี 2 แบบคือ Hall Effect (มาตรฐานเดิม) และ TMR (รุ่นใหม่ที่แม่นยำกว่า)
สรุป : Mechanical ใช้การสัมผัส Magnetic ใช้แม่เหล็ก
ด้วยเหตุนี้ Magnetic Switch จึงทนทานกว่ามากเพราะไม่มีชิ้นส่วนใดที่ต้องกระทบหรือสึกหรอครับ
คีย์บอร์ด Magnetic Switch กับการเล่นเกม


สำหรับสายเกมมิ่งในปัจจุบัน คีย์บอร์ด Magnetic Switch ให้แต้มต่อที่ชัดเจนมากครับ โดยเฉพาะเกม FPS
อย่าง CS2, Valorant หรือ Apex Legends ที่ต้องการการตอบสนองที่เร็วและแม่นยำในทุกจังหวะ
ฟีเจอร์หลักที่ทำให้ต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปมีอยู่ 2 อย่างครับ
Rapid Trigger ปล่อยนิ้วปุ่มก็รีเซ็ตทันทีไม่ต้องรอให้ปุ่มเด้งกลับขึ้นมาถึงจุดเดิมก่อนช่วยให้โผล่หลังกำแพงแล้วหลบกลับได้เร็วขึ้นหรือเปลี่ยนทิศทางวิ่งได้ต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุด
LKP & Snap Click (SOCD) เมื่อกดสองทิศทางพร้อมกันเช่น กด A กับ D พร้อมกัน ระบบจะเลือกคำสั่งจากปุ่มที่กดล่าสุดโดยอัตโนมัติทำให้เปลี่ยนทิศทางได้ทันทีโดยไม่ต้องปล่อยปุ่มแรกก่อนเหมาะมากกับการ peek และ counter-strafe ใน FPS
สรุป คีย์บอร์ด Magnetic Switch เหมาะกับใคร ?
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่เน้นความแม่นยำและรวดเร็ว โดยเฉพาะในการเล่นเกมหรือการทำงานที่ต้องการการตอบสนองที่ฉับไว คีย์บอร์ด Magnetic Switch ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจ ทาง Keychron มีคีย์บอร์ด Magnetic Switch ให้เลือกหลายระดับครับตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึง Premium Full Metal
ดูรุ่นทั้งหมดคีย์บอร์ด Magnetic Switch พร้อมจำหน่าย
แหล่งข้อมูล : https://www.kickstarter.com,https://www.keychron.com/
